ด่วน!”หลวงพ่อพระพรหมวชิรดิลก” กลับวัดป่าแสงอรุณรักษาอาการอาพาธ ด้วยวิธีธรรมะโอสถ

image 2026 05 16 161250661
คณะแพทย์และคณะศิษยานุศิษย์ สนองความประสงค์ของ พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ) นิมนต์ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กลับพักฟื้นที่วัดป่าแสงอรุณ จ.ขอนแก่น เพื่อรักษาอาการอาพาธแบบประคับประคองตามแนว “ธรรมะโอสถ” ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ที่เฝ้าส่งกำลังใจอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้เข้าเยี่ยมสวมหน้ากากอนามัยและรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากหลวงพ่อมีภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะแพทย์ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ ได้ดำเนินการตามความประสงค์ของ พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ) ที่ต้องการกลับไปพักรักษาอาการอาพาธ ณ วัดป่าแสงอรุณ ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น สถานที่อันเป็นสัปปายะและเป็นวัดที่หลวงพ่อจำพรรษา เพื่อใช้แนวทาง “ธรรมะโอสถ” เจริญรอยตามพ่อแม่ครูอาจารย์ในการดูแลสังขารช่วงพักฟื้น
ทั้งนี้ ได้มีการนิมนต์หลวงพ่อออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เวลา 08.39 น. โดยคาดว่าจะเดินทางถึงวัดป่าแสงอรุณ จังหวัดขอนแก่น ในเวลาประมาณ 15.09 น.
คณะศิษยานุศิษย์เปิดเผยว่า คำกล่าวของหลวงพ่อที่ว่า “ให้พาหลวงพ่อกลับวัด” เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการเพื่อสนองความประสงค์อย่างเต็มกำลัง โดยจะพักรักษาอาการแบบประคับประคองภายในกุฏิปลอดเชื้อของวัด ท่ามกลางการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ พยาบาล และคณะศิษย์
อย่างไรก็ตาม ทางวัดได้ประกาศขอความร่วมมือผู้ที่จะเข้าเยี่ยมหลวงพ่อ ให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากหลวงพ่อยังมีภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ก่อนหน้านี้ หลวงพ่อได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธตั้งแต่คืนวันที่ 23 มีนาคม 2569 และส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา อาการตอบสนองต่อการรักษาและการใช้ยาเป็นที่น่าพอใจ แม้ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ตลอดช่วงการอาพาธ หลวงพ่อยังคงแสดงธรรมเตือนสติศิษยานุศิษย์อย่างต่อเนื่อง โดยมีโอวาทตอนหนึ่งว่า
“มาเยี่ยมหลวงพ่ออย่ามาเฉย ๆ ให้พิจารณาถึงหลักธรรมะ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ซึ่งเป็นสัจธรรมของชีวิต”
นอกจากนี้ หลวงพ่อยังเน้นย้ำเรื่องการทำบุญด้วยจิตเมตตาและความตั้งใจบริสุทธิ์ แม้เป็นบุญเล็กน้อยก็สามารถสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ได้ พร้อมฝากข้อคิดให้ศิษยานุศิษย์ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
อีกทั้งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ยังนับเป็นความปลาบปลื้มของคณะศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับ พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ) เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ สร้างความปีติแก่พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง.

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top