ขอนแก่น – จังหวัดขอนแก่นเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายคมนาคม เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งแรก โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การขยายทางหลวงหมายเลข 229 ช่วงบ้านไผ่–ชนบท รองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับความปลอดภัยและศักยภาพเศรษฐกิจในอนาคต
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมจี้เพชร เทศบาลตำบลชนบท นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการจัดทำรายงาน EIA (สัมมนาครั้งที่ 1) โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อโครงการพัฒนาเส้นทางสายสำคัญของจังหวัด
รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น เปิดเผยว่า ทางหลวงหมายเลข 229 เป็นส่วนหนึ่งของแผนเร่งรัดขยายทางสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2 ของกรมทางหลวง ตามมติคณะรัฐมนตรี มีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคม ลดความแออัด และยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมเสนอความคิดเห็น ข้อกังวล และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงการออกแบบโครงการให้เหมาะสมกับพื้นที่ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
ด้าน ดร.สุพัฒน์ ชุ่มมณีรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มออกแบบทางที่ 4 สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง ระบุว่า ปัจจุบันทางหลวงสายดังกล่าวเป็นถนน 2 ช่องจราจร แต่มีปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าในเส้นทางเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นต้องขยายเป็น 4 ช่องจราจร
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบแหล่งโบราณคดี “ห้วยค้อ” ในพื้นที่ตำบลโนนพยอม อำเภอชนบท ซึ่งอยู่ใกล้แนวเส้นทางโครงการ ทำให้ต้องจัดทำรายงาน EIA ตามกฎหมาย เพื่อประเมินและกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบอย่างรอบด้าน
ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงได้ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน เพื่อให้โครงการสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน
นายชัชวาล ตั้งวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลชนบท กล่าวว่า เส้นทางดังกล่าวถือเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจสำคัญ เชื่อมโยงจังหวัดขอนแก่นไปยังจังหวัดชัยภูมิ และภาคเหนือ ปัจจุบันมีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะรถบรรทุกสินค้า การขยายเป็น 4 ช่องจราจรจะช่วยลดอุบัติเหตุ เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ก่อนสรุปผลเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดต่อไป
