รวมพลังภาคีเครือข่ายจัดงานอีสานพลัส บูรณาการชุมชนอีสานปั้นเศรษฐกิจใหม่ คนอีสานอยู่ดี กินดี สุขภาพดี ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี พร้อมประกวดนวัตกรรมสื่อและเมนูสร้างสรรค์จากจูเนียร์เชฟ
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ได้มีการจัดงาน “มหกรรมอีสานพลัสบูรณาการชุมชน ปั้นเศรษฐกิจใหม่ คนอีสานอยู่ดีกินดี สุขภาพดี” ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติหรือสช.สำนักงานวิจัยระบบสาธารณสุข หรือ สวรส. และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. โดยภายในงานมีการจัดแสดงผลงานการประกวดของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการทำสื่อเพื่อที่จะประกวดในการรณรงค์ให้คนอีสานห่างไกลพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีมาจัดแสดงในงานรวมถึงมีการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ โดยการใช้เครื่องมือ OV ATK พร้อมกับมีการตรวจอัลตร้าซาวด์ สำหรับคนอีสานที่มาร่วมในงานและมีความเสี่ยงในการป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี โดยโรงพยาบาลขอนแก่นอีกด้วย
นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำงานของสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีและภาคีเครือข่ายทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะยังไม่ได้มีการมาเชื่อมต่อกับในส่วนของภาคเอกชน โดยเฉพาะอยากเสนอให้มีการรับรองร้านอาหารที่ดีและปลอดภัยเพื่อให้เป็นมาตรฐานและเชิญชวนให้คนไปชิมทั้งเรื่องของปลาร้า เรื่องของอาหาร ความสะอาด โดยที่ผ่านมาการไปมอบป้ายชวนชิม จะต้องเน้นไปที่ความสะอาดปลอดภัยไม่ใช่เฉพาะเรื่องความอร่อยอย่างเดียว ต้องมองถึงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาด แล้วอยากให้มีการรณรงค์เรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่รับประทานอาหาร
“สิ่งที่หอการค้าอยากเสนอให้ดำเนินการเพื่อที่จะได้ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยที่สะอาดปลอดภัยและอร่อยด้วย และอยากให้เชิญชวนหอการค้าภาคธุรกิจ ได้เข้ามาช่วยกันในการส่งเสริมไม่ใช่การบังคับและหากกลุ่มวิชาการมาเจอกันกับกลุ่มธุรกิจก็จะสามารถหนุนเสริมกันได้เพื่อให้เกิดมาตรฐานร้านอาหารที่ปลอดภัยอร่อยและดีต่อสุขภาพของประชาชนด้วย เพราะความปลอดภัยเปลี่ยนภาพพจน์ อนาคตอีสานจะต้องเป็นครัวของโลกส่งอาหารอร่อยๆไปให้คนทั้งโลกได้กิน การจัดงานวันนี้ในการประกวดนวัตกรรมคนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี จะสามารถต่อยอดเอาความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่นไปยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น จะเพิ่มมูลค่าทางการค้าและเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้อีกด้วย”นายชาญณรงค์ กล่าว
ด้านนางสาววิลัยวัลย์ ธงสันเทียะ ประธานอสม.ภาคอีสาน กล่าวว่า ในส่วนของภาคประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นอสม.ภาคอีสานรวมกว่า 400,000 คนเรามีความภาคภูมิใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการบูรณาการการทำงานในการคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เราอยู่ในพื้นที่และอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุดเรามีสมาชิกอสม. 1 คนต่อ 15 หลังคาเรือนซึ่งเราจะรู้ว่าคนที่เราดูแลรับผิดชอบมีการกินอยู่อย่างไรและอสม. ได้มีการดำเนินการและคัดกรองเป็นเบื้องต้น แต่จากงานวิจัยพบว่ามีการเสียชีวิตอย่างน้อย 20,000 คนต่อปี เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรของอีสานเรายังมีการเสียชีวิตเป็นจำนวนมากพอฟังแบบนี้ทำให้อสม.อยากจะร่วมรณรงค์ให้มีการป่วยและเสียชีวิตน้อยลงกว่านี้
“ในนามของภาคประชาชนยินดีมากที่จะมาร่วมกับกิจกรรมในครั้งนี้ โดยเฉพาะอสม.ยินดีที่จะเป็นเครือข่ายในการแก้ปัญหาโดยเฉพาะการตรวจเร็วรู้เร็วรักษาได้และจะสามารถแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีได้เพิ่มขึ้น”นางสาววิลัยวัลย์ กล่าว
ด้านนพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการจัดสรรทุนวิจัยเรื่องพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี การเริ่มต้นงานที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและได้มีการเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการลงนามความร่วมมือร่วมกัน 6 หน่วยโดยลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติเพราะโรคท่อน้ำดีและพยาธิใบไม้ตับอยู่ในภาคอีสานและมีภาคอื่นๆกระจายอยู่ ในฐานะที่เป็นหน่วยรับทุนวิจัยหน่วยงานหลักในการจัดสรรทุนวิจัยได้ใช้เงินวิจัยประมาณ 200 ล้านในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและรูปแบบในการสื่อสารประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญเพราะพยาธิใบไม้ตับเกิดจากวัฒนธรรมการกินหากจะแก้วัฒนธรรมต้องแก้ที่ความเชื่อ การที่สื่อต่างๆมาช่วยกันในการรณรงค์วันนี้ เป็นสิ่งที่คิดว่าน่าจะสร้างความครอบคลุมในการรับรู้ให้กับประชาชนแต่ละกลุ่มได้ ในส่วนยุทธศาสตร์สำคัญในเรื่องของสื่อที่จะต้องเข้าถึงกับทุกกลุ่มเป้าหมายและเรื่องของภาคีเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญ ท้ายที่สุดก็คือการรักษาพยาบาลเรามีการจัดสรรทุนวิจัยให้เพื่อที่จะผลิต OV ATK ที่จะมีการตรวจปัสสาวะและทราบผลการตรวจและจ่ายยาเพื่อรักษาได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงการรักษาพยาบาลในการทำอัลตร้าซาวด์เพื่อจะรู้ว่าคนที่กินปลาดิบจะเป็นมะเร็งท่อน้ำดีหรือไม่
ด้านในแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า เราได้ทำเรื่องการรณรงค์พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีมานานมากแต่วันนี้มีแคมเปญ Isan Zero Ov และทุกภาคส่วนมาร่วมกันในการจัดงานครั้งนี้ โดยมีภาคีเครือข่ายมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ในส่วนของสช.เราทำเรื่องของนโยบายโดยขอนแก่นเป็นศูนย์วิจัยและเป็นพื้นที่รักษามะเร็งท่อน้ำดีตั้งแต่สมัยศาสตราจารย์นายแพทย์ณรงค์ ขันตีแก้ว และได้ร่วมกันขับเคลื่อนจนมาเป็นมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเมื่อปี 2557 และหลังจากมีมติสมัชชาได้มีความเคลื่อนไหวจากกรมควบคุมโรคตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กรมควบคุมโรคได้มาทำแผนยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันโรคมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีเป็นแผนยุทธศาสตร์ในระยะเวลา 10 ปีและทางกรมอนามัยได้ดูแลงานสุขาภิบาลอาหารน้ำและสิ่งปฏิกูลและวางเป้าให้ทั่วไทยเป็นตัวโรคตั้งแต่ 20 ปีที่ผ่านมา และจะต้องทำให้เกิดขึ้นจริงและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้มีพี่น้องอสม.ไปทำในพื้นที่และสปสช. ได้ไปอยู่ในสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคนสามารถคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีและสสส.ได้รณรงค์ต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีการเซ็นลงนาม MOU กันของ 6 ภาคส่วนซึ่งมีกระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักและได้มีการทำงานกันต่อเนื่องมาตลอด
“ในส่วนของหลักสุขภาพมีแค่ 2 ข้อโรคอะไรป้องกันได้ก็ป้องกันและเมื่อไหร่ที่เป็นโรคก็ต้องรักษาและดูแลให้ดีที่สุด ส่วนมะเร็งท่อน้ำดีที่มีคนเสียชีวิตปีละ 20,000 คน ซึ่งการรักษาเป็นเรื่องยากมากเนื่องจากว่ามาพบหมอตอนที่ป่วยหนักแล้ว พอมีเทคโนโลยีตรวจปัสสาวะได้ก็จะทำให้ตรวจได้มากขึ้นและรู้เร็วขึ้นและยิ่งถ้าหากมีการอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจก็จะทำให้ป้องกันได้แต่ถ้าหากตรวจแล้วเจอกินยาถ่ายแล้วแต่กลับไปกินของเด็กๆก็จะป่วยเป็นพยาธิใบไม้กลับและมะเร็งท่อน้ำดีได้”นพ.สุเทพ กล่าว
ด้านศาสตราจารย์แพทย์หญิงผิวพรรณ มาลีวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การสื่อสารและนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดรูปประธรรมในการจัดงานมีสารพลัสบูรณาการชุมชนปั้นเศรษฐกิจใหม่ท่ามกลางวิกฤตพลังงานสู่คนอีสานอยู่ดีกินดีสุขภาพดีเป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อเน้นย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่และวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ กิจกรรมในครั้งนี้มีทั้งกิจกรรมที่สอดคล้องกันอย่างลงตัว สำหรับการประกวดนวัตกรรมการสื่อสารรณรงค์คนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกับหน่วยงานภาคีระดับชาติและสช. สสส. ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการดึงความสำเร็จของนักศึกษา เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่มาประกวดในการสร้างสรรค์สื่อเพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้ได้อย่างยอดเยี่ยม ผลงานสื่อจากเยาวชนเหล่านี้นำมาจัดแสดงนิทรรศการในงานอีสานพลัสเพื่อให้ทุกท่านได้ชมกัน เป็นการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแก้ปัญหาด้านสุขภาพทนอกจากนั้นยังมีการประกอบอาชีพภายใต้แนวคิดแซ่บสุกปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำอาหารข้ามรุ่น โดยผสมผสานเรื่องของวิศวกรรมอาหารเข้ากับศิลปะการทำอาหารรังสรรค์เมนูพื้นบ้านร่วมสมัยและปลอดภัย 100% ซึ่งเป็นการลบภาพจำที่บอกว่าอาหารปรุงสุกจะสูญเสียรสชาติดั้งเดิม และยังมีการจัดพื้นที่ให้บริการคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและมาถึงท่อน้ำดีเพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อเป็นการบูรณาการบริการสาธารณสุขเข้ากับพื้นที่สาธารณะลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบคัดกรองรวมถึงการใช้สื่อศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานโดยเฉพาะหมอลำที่เข้าถึงจิตวิญญาณของคนและเป็นสื่อที่สอดแทรกเนื้อหาความรู้เรื่องภัยร้ายของการกินปลาดิบอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายแพทย์ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 7 ประธานเปิดงาน กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการจัดงานอีเว้นทั่วไปแต่เป็นผลิตภัณฑ์ทางสังคม ที่สะท้อนถึงการรวมพลังทุกภาคส่วนทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นทโดยสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี และภาคีเครือข่ายระดับชาติได้แก่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สวรส .สปสช. และสช. เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพที่ฝังรากลึกในวิถีชีวิตของคนอีสานอย่างยั่งยืน เป็นเรื่องที่ดีมากในการนำนวัตกรรมสื่อสารสังคมและพลังของคนรุ่นใหม่มาเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะโครงการ Isan Zero OV ที่นำศักยภาพของเด็กเยาวชนและปัญญาชนท้องถิ่นมาใช้แก้ปัญหาของท้องถิ่นเอง รวมถึงการยกระดับวัฒนธรรมอาหารผ่านการประกวดจูเนียร์เชฟ ภายใต้แนวคิดแซ่บสุกซึ่งเป็นการผสมผสานวิศวกรรมอาหารเข้ากับภูมิปัญญาอีสานได้อย่างลงตัว นอกจากนี้การใช้หมอลำเป็นเครื่องมือทางการสื่อสารและการจัดพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุก ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการในมิติด้านสุขภาพเข้ากับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้คนอีสานมีสุขภาพที่ดีขึ้นแต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่อีกด้วย
“สำหรับงานมหกรรมอีสานพลัสจะเป็นต้นแบบที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนใน 20 จังหวัดภาคอีสานอยู่ดีกินดีและสุขภาพดีอย่างแท้จริงโดยเฉพาะการปลอดภัยจากปัญหาสุขภาพที่สำคัญของชาวอีสานคือปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีซึ่งทุกคนจะต้องช่วยกันแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน”นายแพทย์ภาคี กล่าว.
