กงสุลใหญ่เวียดนามเปิดวิสัยทัศน์ “ยุคใหม่แห่งการพัฒนา” ดันการค้าไทย–เวียดนามสู่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

image 2026 03 18 201845453
ขอนแก่น – เวทีสัมมนา “THAILAND–VIETNAM TRADE DIALOGUE” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับภาคีเครือข่าย กลายเป็นเวทีสำคัญในการฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจเวียดนาม พร้อมตอกย้ำศักยภาพความร่วมมือทางการค้าไทย–เวียดนามที่เติบโตต่อเนื่อง
ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ปาฐกถาพิเศษของ Mr. Đinh Hoàng Linh กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น ที่ประกาศวิสัยทัศน์ “ยุคใหม่แห่งการพัฒนา” โดยย้ำถึงยุทธศาสตร์ “4 ประสานเป็นหนึ่ง” (4-in-1) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการเป็น “ประเทศพัฒนาแล้วรายได้สูง” ภายในปี 2045
กงสุลใหญ่เวียดนามระบุว่า เวียดนามได้วางโรดแมปเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าในปี 2030 ให้ก้าวสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับบน ด้วยอัตราการเติบโต GDP เฉลี่ย 10% ต่อปี และรายได้ต่อหัวแตะ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ในปี 2045 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีการประกาศเอกราช
เบื้องหลังความทะเยอทะยานดังกล่าว คือการเร่งเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูประบบสถาบัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ และการยกระดับทรัพยากรมนุษย์ควบคู่นวัตกรรม
ในมิติความร่วมมือระหว่างประเทศ ไทยยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในอาเซียน โดยในปี 2568 มูลค่าการค้ารวมแตะ 22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.3% พร้อมตั้งเป้าขยับสู่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปี
ด้านการลงทุน ไทยมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น โดยมีโครงการลงทุนสะสมในเวียดนามถึง 789 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โครงการขนาดใหญ่จากภาคเอกชนไทย เช่น SCG Chemicals สะท้อนถึงความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น
กงสุลใหญ่เวียดนามยังชี้โอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยใน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม ค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ AI และฟินเทค ซึ่งได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงการค้าเสรีสำคัญ เช่น EVFTA และ CPTPP ที่เปิดทางให้เวียดนามเข้าถึงตลาดโลกด้วยภาษีต่ำหรือเป็นศูนย์
พร้อมกันนี้ ยังแนะนำผู้ประกอบการไทยให้ใช้กลยุทธ์ระยะยาว เน้นการสร้างเครือข่ายในเมืองเศรษฐกิจหลัก เช่น ฮานอย โฮจิมินห์ และดานัง การร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น การใช้ที่ปรึกษากฎหมาย และการปรับตัวด้านวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการทำธุรกิจ
“ไทยและเวียดนามมีความใกล้ชิดทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม การผสานความร่วมมือในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลจะช่วยยกระดับบทบาทของทั้งสองประเทศในเวทีอาเซียน และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งร่วมกันอย่างยั่งยืน” กงสุลใหญ่เวียดนามกล่าวทิ้งท้าย
เวทีนี้จึงไม่เพียงสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจเวียดนามในทศวรรษหน้า แต่ยังตอกย้ำว่า “หุ้นส่วนไทย–เวียดนาม” กำลังก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโตร่วมกันในระดับภูมิภาคและโลก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top